Categories
ข่าวสาร บทความ

ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีต VS ผนังแบบอิฐฉาบปูน

ผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านและอาคารหลายคนคงมีคำถามคาใจว่าระหว่างผนังบ้านแบบสำเร็จรูปด้วยพรีคาสท์คอนกรีต (Precast Concrete) กับผนังแบบอิฐฉาบปูนที่เป็นวิธีตามแบบดั้งเดิม (Conventional) แบบไหนนั้นจะตอบโจทย์ในการสร้างบ้านและอาคารในปัจจุบันมากกว่า ในวันนี้เรามาจะสรุปความแตกต่างระหว่างสองวิธีการนี้เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ที่กำลังลังเลว่าจะใช้พรีคาสท์คอนกรีตดีหรือไม่มาใช้ตัดสินใจเลือกกัน

4 อิฐหลักที่ใช้ในการก่อสร้าง

ก่อนที่พรีคาสท์คอนกรีตจะเป็นที่นิยม ผนังแบบอิฐฉาบปูนหรือผนังที่นำอิฐมาก่อเรียงสลับกันและใช้ปูนฉาบทับอีกชั้นเพื่อทำให้ผนังมีความเรียบเนียนสวยงามและมีความคงทน โดยหลัก ๆ แล้วผนังแบบอิฐฉาบปูนจะใช้อิฐ 4 ชนิด คือ “อิฐมอญ หรือ อิฐแดง” “อิฐมวลเบา” “อิฐขาว” และ “อิฐบล็อก” ในการขึ้นโครงบ้าน โดยอิฐต่างๆ เป็นวัสดุก่อสร้างแบบธรรมชาติที่ใช้มาอย่างยาวนานเพราะมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความแข็งแรง

อย่างไรก็ตามข้อเสียส่วนใหญ่ของอิฐทั้ง 4 ชนิด คือ คุณสมบัติดูดซับน้ำ ไม่ทนต่อความชื้น อิฐต่างๆ นั้นมีน้ำหนักมากแต่ก็รับน้ำหนักได้น้อย ขนาดและคุณภาพของอิฐต้องพึ่งพาแรงงานฝีมือในการผลิตจึงอาจมีมาตรฐานไม่เท่ากันทุกก้อน และผนังจากวิธีการก่ออิฐฉาบปูนเป็นผนังชนิดที่มีความแข็งแรงเนื่องจากน้ำหนักของอิฐที่มีค่ามากจึงต้องการโครงสร้างแบบเสา คานมารองรับจึงไม่เหมาะกับอาคารสูงอย่าง อาคารพาณิชย์และคอนโดอย่างยิ่ง

5 ความแตกต่างระหว่างผนังบ้านแบบสำเร็จรูป VS แบบอิฐฉาบปูน

  • ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีต

ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีตนั้นเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่วางแผนและควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วยระบบซอฟท์แวร์ทันสมัย รูปแบบการผลิตพรีคาสท์คอนกรีตจะผลิตด้วยระบบ Automatic เป็นส่วนใหญ่ทำให้ลดปัญหาความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (human error) และลดความบกพร่องของอุปกรณ์หล่อ ทำให้ได้ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีคุณภาพดี ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ มีความถูกต้องทั้งในเรื่องขนาดตำแหน่งของช่องเปิดและวัสดุฝังต่างๆ จากการวางแผนมาตั้งแต่เริ่มการผลิต

  • ผนังบ้านแบบอิฐฉาบปูน

ด้วยระบบก่อสร้างผนังแบบอิฐฉาบปูนนี้ประเทศไทยใช้กันมายาวนานทำให้หาแรงงานฝีมือที่ถนัดฉาบปูนและควบคุมดูแลการผลิตให้ถูกตามหลักวิศวกรรมได้ง่าย วิธีการนี้จะใช้ช่างคอยควบคุมดูแลให้ปูนที่ใช้คลุกเคล้าให้เข้ากันมีความข้นและเหนียวพอเหมาะ หมั่นราดน้ำให้เปียกชุ่มวันละ 2-3 ครั้งประมาณ 7 วัน เพื่อให้ปูนนั้นแข็งแรง ระบบก่อสร้างนี้จึงต้องระมัดระวังมากเพราะช่างแต่ละคนก็อาจมีฝีมือ มีความประณีต และความชำนาญไม่เท่ากัน หรืออาจมีปัญหาความผิดพลาดจากอุปกรณ์หล่อบกพร่องได้จนอาจทำให้งานแต่ละส่วนออกมาไม่สมบูรณ์ตามต้องการ หรือมีข้อผิดพลาดที่ต้องเสียเงินซ่อมแซมตามมา

  • ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีต

ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีตนั้นคงทนแข็งแรง มีความหนาแน่นจากวัสดุที่ใช้ผลิตและการเสริมเหล็กสำเร็จรูป บ้านหรืออาคารจึงแข็งแรง ปลอดภัย ใช้งานได้ยาวนาน และยังรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวและอุบัติภัยทางธรรมชาติ เช่น อัคคีภัย หรืออุทกภัย ได้สบาย จะสร้างบ้านหรือคอนโดหลายชั้นแค่ไหนก็มั่นใจได้ว่าปลอดภัยเพราะผนังจากพรีคาสท์คอนกรีตถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักตัวบ้านได้แทนที่เสาและคานบ้าน เพราะผนังบ้านแบบสำเร็จรูปนั้นมีความยืดหยุ่นสูง มีการขยายตัวน้อยมากจึงวางใจได้ว่าจะไม่มีปัญหากำแพงไม่เรียบ สีหลุดร่อน ฉาบปูนไม่ดีอย่างแน่นอน

  • ผนังบ้านแบบอิฐฉาบปูน

การสร้างบ้านด้วยวิธีการก่ออิฐฉาบปูนแม้จะเป็นที่นิยมเพราะมีความทนทานจากคุณสมบัติทางกายภาพของอิฐที่มีคงทน แข็งแรง แต่ก็มาพร้อมกับข้อเสียที่บ้านมีโอกาสแตกร้าวจากคุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้ก่อสร้าง ขั้นตอนการฉาบปูนที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ทนไฟ ทนน้ำ หรือทนความชื้น วัสดุอิฐนั้นมีทั้งรูพรุนและอัตราการดูดซึมน้ำสูงทำให้ผนังอาจมีกลิ่นอับชื้น เกิดเชื้อรา หรือสีหลุดร่อนได้จึงไม่เหมาะกับทำห้องน้ำหรือห้องครัว รวมทั้งผนังบ้านอิฐฉาบปูนนั้นไม่ได้ออกแบบให้สามารถรับน้ำหนักของตัวบ้านจึงไม่เหมาะกับอาคารและบ้านหลายชั้นด้วย

  • ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีต

การผลิตและติดตั้งพรีคาสท์คอนกรีตสามารถเร่งผลิตให้เป็นไปตามแผนการก่อสร้างได้ เนื่องจากระบบผลิตและติดตั้งชิ้นงานสามารถแยกการดำเนินงานได้จึงควบคุมได้ง่าย และมีความยืดหยุ่นในการบริหารงาน บ้านจึงเสร็จอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ อัตราความเร็วของการติดตั้งผนังบ้านพรีคาสท์คอนกรีตที่มาจากผู้ผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีประสบการณ์อาจได้ผลลัพธ์เป็นบ้านชั้นเดียว 1 หลังใน 1 วันเลยทีเดียว

  • ผนังบ้านแบบอิฐฉาบปูน

เป็นที่ทราบกันดีว่าผนังบ้านแบบอิฐฉาบปูนนั้นใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานกว่าผนังชนิดอื่นๆ เพราะสามารถก่อผนังได้บนแนวเสา-คานเท่านั้น บ้านนั้นจะสร้างเสร็จได้เร็วถ้าหากมีช่างฝีมือเยอะเพราะช่างจะต้องทำการก่ออิฐและฉาบปูนไปเรื่อยๆ จนเต็มระยะของผนังบ้าน วิธีการนี้จึงอาจจะไม่เหมาะสำหรับการก่อสร้างที่ต้องการความรวดเร็ว เพราะจะไม่สามารถดำเนินการผลิตแยกกับการก่อสร้างได้ ช่างจะต้องรอให้ปูนเซ็ทตัวจึงจะดำเนินการก่อสร้างต่อได้ ผนังบ้านจากพรีคาสท์คอนกรีตจึงก่อสร้างได้รวดเร็วกว่าการใช้อิฐมาเป็นวัสดุก่อผนังแน่นอน

  • ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีต

ถึงแม้ว่าผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีตจะมีราคาผลิตที่สูงกว่าผนังอิฐฉาบปูน แต่ก็ใช้แรงงานในการสร้างบ้านน้อยกว่า อีกทั้งขั้นตอนการผลิตพรีคาสท์คอนกรีตนั้นรวดเร็ว และออกแบบครอบคลุมทุกขั้นตอน พร้อมกับวางแผนกำหนดตำแหน่ง หรือมีเจาะช่องเปิดประตูหน้าต่าง ท่อต่างๆ เอาไว้เรียบร้อยตั้งแต่เริ่มต้นจึงลดขั้นตอนการทำงานผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีตมีการควบคุมและตรวจงานโดยวิศกรที่เชี่ยวชาญลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองลงไปมาก มีชิ้นงานคอนกรีตที่ต้องทิ้งไปเพราะใช้งานไม่ได้น้อย การสร้างบ้านด้วยระบบนี้จึงลดต้นทุนในการก่อสร้าง โดยเฉพาะการก่อสร้างในสเกลใหญ่ เช่น โครงการห้างสรรพสินค้า บ้านจัดสรร คอนโด และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เป็นต้น

  • ผนังแบบอิฐฉาบปูน

ผนังแบบอิฐฉาบปูนนั้นมีราคาถูก โดยเฉพาะราคาของอิฐมวลเบาและอิฐแดง แต่ก็มาพร้อมกับเวลาก่อสร้างนานจึงทำให้ค่าแรงสูง เมื่อเวลาผ่านไปผนังแบบอิฐฉาบปูนอาจมีอายุการใช้งานอาจต่ำกว่าที่คาดหวังเอาไว้เพราะปัญหาแตกร้าว หลุดร่อนจากความชื้นของผนังหลังฉาบ นอกจากนี้ถ้าเลือกใช้อิฐมวลเบา ผู้สร้างก็ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะในการก่อ และไม่สามารถใช้ปูนร่วมกับอิฐประเภทอื่นได้จึงต้องเสียเงินเพิ่มอีก ผนังแบบอิฐฉาบปูนนั้นมีคุณภาพขึ้นอยู่กับฝีมือช่างและสภาพอากาศทำให้ควบคุมคุณภาพผนังได้ยาก ถ้าหากช่างไม่ชำนาญงานฉาบปูนบนผนังอิฐประเภทที่ผู้สร้างเลือกใช้ก็อาจมีผลให้เกิดรอยร้าวบนผนังได้ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมบ่อยครั้งจึงอาจทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยและค่าบำรุงรักษาสูง

  • ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีต

ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่สร้างจากพรีคาสท์คอนกรีตนั้นมีระนาบ ฉาก มุมของชิ้นงานที่มีความสมบูรณ์แบบจากโรงงานจึงขนาดสมส่วน เท่ากันทุกชิ้น โดยสามารถนำใช้มาเป็นฟาซาดหรือเปลือกอาคาร (Facade wall) ที่สามารถดีไซน์พื้นผิว สามารถทาสีหรือติดตั้งวอลเปเปอร์ หรือตกแต่งลวดลายที่จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและเสริมภาพลักษณ์ให้แก่บ้านด้วยก็ได้

  • ผนังแบบอิฐฉาบปูน

ปัญหาในงานผนังแบบอิฐฉาบปูนที่พบมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของความสวยงาม โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการวางแผนเตรียมการที่ไม่ถูกต้องหรือปัจจัยอื่น ๆ เช่น ส่วนผสมที่ใช้ คุณภาพของวัตถุดิบ บ้านจึงมีรอยแตกร้าว รอยรั่วซึม เสาเอียง ความไม่สมส่วนจากขนาดของอิฐ และถ้าหากผนังแบบอิฐฉาบปูนนั้นตรวจหรือเก็บงานไม่ดีนั้นก็อาจมีเม็ดทราย ก้อนกรวดรวมไปถึงเศษปูนต่างๆ ปะปนอยู่บริเวณผนัง ทำให้ผนังอิฐฉาบปูนไม่เรียบ วอลเปเปอร์ที่ติดตั้งทับลงไปก็จะไม่เรียบเนียนตามไปด้วย บ้านจึงไม่สวย สมบูรณ์สมใจ

อาจสรุปได้ว่า ผนังทั้ง 2 แบบนี้ก็มีวิธีการและขั้นตอนการก่อสร้าง ข้อดี และข้อจำกัดแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ถ้าหากต้องการงานผนังบ้านที่เสร็จไว ปลอดภัย ประณีตสวยงาม  ไม่อยากกังวลเรื่องปัญหาจุกจิก ก็ต้องเลือกผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีตจากบริษัทจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่เป็นผู้ผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีประสบการณ์และมีมาตรฐานเพื่อให้ได้บ้านสมบูรณ์แบบ ตรงใจผู้สร้าง เสร็จตามเวลาที่กำหนด

Categories
ข่าวสาร บทความ

‘คุณภาพสูง ประหยัด รวดเร็ว’ ตอบโจทย์ผู้สร้างบ้านยุคใหม่ด้วยนวัตกรรม Precast Concrete

ไม่ว่าใครก็อยากให้บ้านหรือคอนโดของตนเองสร้างเสร็จโดยเร็ว และไม่มีปัญหาตามมา ทำให้ในการสร้างบ้านและอาคารแต่ละครั้ง สิ่งที่ผู้สร้างในยุคใหม่ตามหานั้นมีโจทย์พื้นฐาน คือ บ้านคุณภาพสูง ประหยัด รวดเร็ว คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุน ซึ่งบ้านและอาคารที่สร้างด้วยพรีคาสท์คอนกรีตนั้นมีคุณภาพสูง ประหยัด รวดเร็ว ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย เข้าถึงหัวใจสำคัญของผู้สร้างบ้านยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

ทำไมบ้านที่สร้างด้วยพรีคาสท์คอนกรีตถึงตอบโจทย์ผู้สร้างบ้านยุคใหม่?

            พรีคาสท์คอนกรีตนั้นเป็นนวัตกรรมจากแนวคิดพื้นฐานสำคัญในการก่อสร้าง คือ ความยั่งยืน (Sustainability) และความคุ้มค่า (Efficiency) ตั้งแต่เริ่มออกแบบจนถึงสร้างเสร็จ พรีคาสท์คอนกรีตถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งเน้นไปที่โจทย์สำคัญของผู้สร้างบ้านยุคใหม่ 3 ข้อ คือ

1

ตอบโจทย์เรื่องบ้านคุณภาพสูง

พรีคาสท์คอนกรีตที่ใช้ในส่วนต่างๆ ของบ้านจะถูกผลิตภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมมาตรฐานจากโรงงานที่มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดูแลทุกขั้นตอน คุณภาพจึงสูง ทนน้ำ ทนไฟ ทนต่อการรั่วซึมและมีมาตรฐานเท่ากันทุกชิ้น การผลิตที่ไม่ขึ้นกับฝีมือแรงงานช่างที่ควบคุมได้ยากจึงไม่เกิดปัญหาเสาเอียง ฉาบปูนไม่เรียบ รวมทั้งการเก็บรักษายังไม่ถูกรบกวนจากสภาพอากาศที่ส่งผลต่อทั้งการแข็งตัวและการแตกลายงาของคอนกรีตอีกด้วย สามารถติดตามและควบคุมคุณภาพชิ้นงานได้ตลอดในทุกขั้นตอน ชิ้นงานพรีคาสท์คอนกรีตจึงมีคุณภาพ ระนาบ ฉาก มุมของชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีความสมบูรณ์แบบ

2

มั่นใจได้ว่าประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลา

การเลือกใช้พรีคาสท์คอนกรีตจากผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญจะทำให้ชิ้นงานมีคุณภาพที่ดี มีมิติ ได้ตำแหน่งที่ถูกต้อง ประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลา เพราะวิธีการผลิตพรีคาสท์คอนกรีตมีกระบวนการหลักที่รวดเร็ว เป็นระบบ มีมาตรฐาน ใช้เครื่องจักรทันสมัยจึงลดการพึ่งพาแรงงานฝีมือทำให้ลดระยะเวลาในการก่อสร้างได้ถึง 60% การดูแลรักษาบ้านที่ก่อสร้างด้วยพรีคาสท์คอนกรีตนั้นสะดวกสำหรับคนยุคใหม่ที่ชีวิตประจำวันมีหลายเรื่องให้ต้องจัดการ เพราะผนังเป็นคอนกรีตสำเร็จรูปนั้นมีความยืดหยุ่นสูง มีการขยายตัวน้อยมากเมื่อเทียบกับบ้านระบบก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป หมดปัญหาปูนฉาบหลุดร่อนหรือวงกบแตก นอกจากนี้เทคโนโลยีของ พรีคาสท์คอนกรีตยังทำให้บ้านและอาคารมีอายุการใช้งานยาวนานส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยและค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าโครงสร้างประเภทอื่นๆ อีกด้วย

3

สร้างเสร็จรวดเร็ว ทันใจ ทันใช้

พรีคาสท์คอนกรีตวิเคราะห์โครงสร้างทางวิศวกรรม และแปลนก่อสร้างโดยใช้ซอฟท์แวร์ทางวิศวกรรมที่ทันสมัย อีกทั้งยังใช้เวลาบ่มคอนกรีตเพียง 8-10 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ผลิตได้มากในเวลาไม่นาน แต่ยังคงคุณภาพสูง มีความปลอดภัย การออกแบบที่วางแผนกำหนดตำแหน่ง หรือมีเจาะช่องเปิดประตูหน้าต่าง ท่อร้อยสายไฟฟ้า ท่อน้ำต่างๆ เอาไว้เรียบร้อยตั้งแต่เริ่มต้นจึงลดขั้นตอนการทำงาน ลดระยะเวลาที่ใช้ในสถานที่ก่อสร้างได้มาก สามารถนำไปติดตั้งในพื้นที่ก่อสร้างได้โดยไม่ต้องใช้โครงผนัง หรือเสียเวลาก่ออิฐฉาบปูน เมื่อทำการติดตั้งพรีคาสท์คอนกรีตแล้วก็สามารถทาสีหรือติดตั้งวอลเปเปอร์ได้ทันที ทำให้โดยทั่วไปแล้วพรีคาสท์คอนกรีตมากกว่า 10,000 ตารางเมตร/เดือน/รอบงาน สามารถนำไปสร้างบ้านทาวน์โฮมได้ประมาณ 40 หลัง/เดือนเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าบ้านและอาคารที่สร้างด้วยพรีคาสท์คอนกรีตจากบริษัทจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่เป็นผู้ผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีประสบการณ์และมีมาตรฐานนั้นมีคุณภาพสูง ประหยัด รวดเร็ว บ้านที่สร้างด้วยพรีคาสท์คอนกรีตจึงสร้างเสร็จเร็ว เข้าถึงหัวใจสำคัญของผู้สร้างบ้านยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ผู้ใช้พรีคาสท์คอนกรีตในการสร้างบ้านและอาคารจึงวางใจได้ว่าจะได้บ้านดี บ้านสวย ทันใจ ทันใช้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

Categories
ข่าวสาร บทความ

วิธีการผลิต ‘พรีคาสท์คอนกรีต’  ลดระยะเวลาในการสร้างบ้าน

      ปัจจุบันพรีคาสท์คอนกรีตถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับโครงการบ้านจัดสรร และคอนโด เพราะข้อดีหลักในการลดปัญหา “ระยะเวลา” ที่เกิดจากการก่อสร้างบ้านแบบก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งในบทความนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าทำไมวิธีการผลิตพรีคาสท์คอนกรีตจึงทำให้ลดระยะเวลาสร้างบ้าน คอนโด และอาคารต่างๆ ตอบโจทย์ทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายใหญ่และรายกลางที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง

ทำไมวิธีการผลิต ‘พรีคาสท์คอนกรีต’  จึงประหยัดเวลา?

ขั้นตอนการผลิต ‘พรีคาสท์คอนกรีต’ 

ขั้นตอนการผลิตพรีคาสท์คอนกรีตมีกระบวนการหลักที่รวดเร็ว เป็นระบบ มีมาตรฐาน ใช้เครื่องจักรทันสมัย ลดการพึ่งพาแรงงานฝีมือ ลดระยะเวลาในการก่อสร้างได้ถึง 60% ซึ่งจะลดค่าวัสดุก่อสร้าง ลดค่าแรงจากระยะเวลาก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูนที่ใช้เวลานาน และด้านล่างนี้จะเป็นตัวอย่างขั้นตอนการผลิตชิ้นงาน พรีคาสท์คอนกรีตสำเร็จรูป

1.ทำความสะอาดและเคลือบน้ำมัน (Cleaning & Oiling Station)

ก่อนอื่นจะต้องทำความสะอาดเพื่อกำจัดเศษคอนกรีตและวัสดุอื่นที่ติดค้างบน Pallet (โต๊ะสำหรับผลิตแผ่นพรีคาสท์คอนกรีต) และพ่นเคลือบน้ำมันเพื่อป้องกันชิ้นงานติดกับ Pallet

2.  วางอุปกรณ์และวัสดุฝัง (Embedding) และประกอบแบบหล่อ (Shuttering)

ทำการวางอุปกรณ์และวัสดุฝัง เช่น ท่อประปา ท่อร้อยสายไฟ วงกบประตู วงกบหน้าต่าง ปลั๊กไฟตามแบบที่กำหนดไว้ หลังจากนั้นก็จะทำการวางเหล็กเส้นแบบกั้นข้างไปตามแนวที่กำหนดเพื่อให้คอนกรีตคงรูปร่างตามแบบแม่พิมพ์หล่อ

3.วางเหล็กเสริม (Placing) และเทคอนกรีต (Pouring)

วางเหล็กเสริม (Placing)และชิ้นส่วนฝังในเนื้อคอนกรีต (Placing) โดยนำตะแกรงเหล็กและเหล็กเสริมคอนกรีตต่าง ๆ วางลงในแบบแม่พิมพ์หล่อคอนกรีตสำเร็จรูป จากนั้นจึงตรวจสอบความถูกต้องของเหล็กและชิ้นส่วนฝังในทุกชิ้นให้ครบถ้วนและได้ระยะตามแบบก่อสร้างที่ออกแบบไว้จากซอฟท์แวร์วิศวกรรม ในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องว่าแบบหล่อถูกประกอบยึดกันแน่นหนาแข็งแรง และไม่มีรอยรั่วเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีความสมบูรณ์ จากนั้นก็ทำการเทคอนกรีตสดเทลงในแบบแม่พิมพ์หล่อคอนกรีตสำเร็จรูปให้เต็ม พร้อมทั้งการเขย่าหรือจี้คอนกรีตสดให้เนื้อแน่นเต็มแบบ

4. ขัดหน้าชิ้นงาน (Troweling)

เมื่อคอนกรีตแข็งตัวเบื้องต้นจะทำการขัดหน้าชิ้นงานให้เรียบมันตามระดับความเรียบที่ต้องการ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการทาสี หรือติดวอลเปเปอร์ และดำเนินการปาดหน้าคอนกรีตให้เรียบเพื่อปรับความหนาของแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปให้เท่ากันตลอดทั้งแผ่นให้ได้ตามระดับความหนาของชิ้นงานที่ได้มาตรฐาน

5. บ่มชิ้นงานคอนกรีต (Curing)

ลำเลียง Pallet ชิ้นงานเข้าบ่มคอนกรีตโดยใช้เวลาบ่มคอนกรีตประมาณ 8-10 ชั่วโมงหรือทิ้งชิ้นงานไว้ตามระยะเวลาบ่มที่กำหนด พร้อมควบคุมอุณหภูมิให้เพื่อให้คอนกรีตแข็งตัวจนได้กำลังตามที่ต้องการ และไม่มีการแตกลายงาซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของพรีคาสท์คอนกรีตที่จะนำไปใช้

6. ถอดแบบแม่พิมพ์หล่อ (Shuttering Removing)

ทำการถอดแบบแม่พิมพ์หล่อคอนกรีตสำเร็จรูปออกจากชิ้นงานที่แข็งตัวแล้วและยกออกไป จากนั้นตรวจสอบความสมบูรณ์และขนาดของชิ้นงานอีกครั้ง ถ้าหากพบความบกพร่องก็จะต้องรีบทำการแก้ไข

7. ยกชิ้นงานเก็บ (Tilting) และเก็บรักษาชิ้นงาน (Storage) รอการขนย้าย

ยกโต๊ะ Pallet จากเดิมที่เป็นแนวราบให้เป็นแนวตั้ง 85 องศา เพื่อถอดชิ้นงานออกในแนวดิ่งและบรรจุชิ้นงานที่สมบูรณ์ลงในกล่องเก็บและย้ายไปเก็บรักษาไว้ในพื้นที่เก็บและรอการขนย้ายไปสถานที่ก่อสร้าง

          จากขั้นตอนทั้งหมดจะเห็นได้ว่าขั้นตอนการผลิตชิ้นงานพรีคาสท์คอนกรีตนั้นถูกออกแบบมาอย่างดีจึงใช้เวลาไม่นานและได้ชิ้นงานปริมาณมาก ผู้ใช้พรีคาสท์คอนกรีตจึงมั่นใจได้ว่าชิ้นที่ส่งมอบจากผู้ผลิตพรีคาสท์คอนกรีตที่เชี่ยวชาญจะมีคุณภาพที่ดี มีมิติ ตำแหน่งที่ถูกต้อง คงทนแข็งแรง ไม่เสียเวลาและต้นทุนแฝงในการซ่อมแซมเพิ่ม รวมทั้งยังสามารถฝังวัสดุเข้าไปในชิ้นงานได้เลย ไม่ต้องกรีดผนังซ้ำ หมดปัญหาการก่อสร้างขาดตอน งานเสร็จทันเวลากำหนดอย่างแน่นอน

เราได้รับข้อมูลการสั่งซื้อของท่านแล้ว ระบบจะส่งใบเสนอราคากลับไปทางอีเมล
ขอบคุณที่เลือกใช้บริการจากเรา SPP GLOBAL

เราได้รับข้อมูลการสั่งซื้อของท่านแล้ว ระบบจะส่งใบเสนอราคากลับไปทางอีเมล ขอบคุณที่เลือกใช้บริการจากเรา SPP GLOBAL

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและปรับปรุงการใช้งานเว็บไซต์
โปรดกด "อนุญาต" หากคุณยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา