บทความ /

ต้องรู้ก่อนซื้อ! เหล็กแบบไหนเอาไว้ใช้ก่อสร้าง

ต้องรู้ก่อนซื้อ! เหล็กแบบไหนเอาไว้ใช้ก่อสร้าง

19 เมษายน 2567 ·

อ่าน 0 นาที

132

บ้านและที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน เกือบแทบทุกหลังต้องใช้ “เหล็ก” เป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้าง เพื่อเสริมความแข็งแรง และคงทนให้กับคอนกรีตที่เลือกใช้ แต่เหล็กนั้นมีหลายราคา หลายชนิด แต่ละชนิดก็แบ่งย่อยละเอียด จนอาจจะทำให้ผู้สร้างเลือกใช้ไม่ถูกต้อง ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับเหล็กในงานก่อสร้างให้มากขึ้น จะได้เลือกให้ได้ราคาถูก คุณภาพให้ตรงใจกัน


เหล็กคืออะไร สำคัญอย่างไรกับวงการก่อสร้าง

เหล็กเป็นโลหะที่แข็งแรง ทนทาน มีความเหนียว มีแรงต้านทานสูงแตกต่างจากโลหะอื่นๆ ที่อาจหลอมละลายและทำปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมรอบข้างเร็ว เหล็กจึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในงานอุตสาหกรรม มีขายอย่างแพร่หลายและราคาถูกถ้าเทียบกับโลหะชนิดอื่นๆ

โดยทั่วไปแล้ว เหล็กที่นิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้างจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ เหล็กเสริม และเหล็กรูปพรรณ ซึ่งเหล็ก 2 ประเภทนี้ก็จะแบ่งแยกย่อยออกไปให้เลือกใช้ได้อีกหลายอย่างเลยทีเดียว

เหล็กที่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง

1.เหล็กเสริม

เหล็กเสริม (reinforcing steel) เป็นเหล็กที่ใช้สำหรับเสริมในเนื้อคอนกรีตเพื่อให้ได้โครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งปกติจะใช้เป็นเหล็กกล้าผสม (mild steel) ชนิดท่อน ชนิดเส้น หรือชนิดตะแกรง เหล็กเสริมนี้จะทำการฝังไว้ในลักษณะที่ทำให้เหล็กและคอนกรีตทำงานร่วมกันเพื่อให้ทนแรงต้านทานต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคอนกรีตได้

โดยเหล็กเสริมแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ “เหล็กเส้นกลม” (Round Bar) และ “เหล็กข้ออ้อย” (Deformed Bar)

1.1 เหล็กเส้นกลม (Round Bar) หรือ RB

เหล็กเส้นกลม คือ เหล็กเส้นที่มีพื้นที่ภาคตัดขวางเป็นรูปกลม มีผิวเรียบเกลี้ยง ซึ่งเหล็กเส้นกลมที่ผู้สร้างใช้นั้นควรจะได้รับการรับรองตามมาตรฐานตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.28/2529  32/2532 เหล็กเส้นกลมมีชั้นคุณภาพเดียว ชื่อของขนาดใช้สัญลักษณ์ RB แล้วตามด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้นนั้นๆ โดยเหล็กเส้นกลมจะใช้ในงานก่อสร้างขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น อาคารพาณิชย์ บ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร บ้านทาวน์เฮาส์และงานก่อสร้างทั่ว ๆ ไป

1.2 เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)

เหล็กข้ออ้อย หรือเหล็กเส้นข้ออ้อย เป็นเหล็กเส้นที่ภาคตัดขวางเป็นรูปกลม มีบั้ง (transverse ribs) หรือครีบ (longitudinal ribs) ที่ผิวเพื่อช่วยในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และการยึดเหนี่ยวระหว่างเหล็ก คอนกรีต  เหล็กเส้นข้ออ้อยจึงเหมาะกับงานก่อสร้างขนาดใหญ่ ต้องใช้ความแข็งแรง เพิ่มแรงรับ แรงดึงได้ดี และมีความทนทานสูง เช่น คอนโดมิเนียม High Rise อาคาร ถนนคอนกรีต สะพานแขวน

ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แล้ว เหล็กข้ออ้อย ต้องทำขึ้นจากเหล็กแท่งใหญ่ (bloom) เหล็กแท่งเล็ก (billet) หรือเหล็กแท่งหล่อโดยตรงจากกรรมวิธีโอเพนเฮิร์ท (open hearth process) กรรมวิธีเบสิกออกชิเจน (basic oxygen process) หรืออิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ (electric arc furnace process) เท่านั้น และจะต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อนจึงจะได้มาตรฐาน เหมาะแก่การนำไปใช้ก่อสร้าง

2. เหล็กรูปพรรณ

เหล็กรูปพรรณ หรือเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (Structural Steel) คือ เหล็กที่ผลิตออกมาให้มีหน้าตัด และรูปทรงลักษณะที่เหมาะสำหรับใช้ในงานโครงสร้างต่างๆ  โดยแบ่งรูปแบบการผลิตออกเป็น 2 แบบ คือ

2.1. เหล็กรูปพรรณรีดร้อน

เหล็กรูปพรรณรีดร้อน หรือ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot rolled structural steel) เรียกง่ายๆ ว่า เหล็กรีดร้อน จะถูกผลิตด้วยการหลอมแล้วนำมาหล่อขึ้นรูปเป็นเหล็กแท่ง จากนั้นก็จะใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูง รีดลดขนาดแล้วขึ้นรูปต่างๆตามต้องการ

เหล็กรูปพรรณรีดร้อน ใช้สำหรับโครงสร้างหลักของอาคาร หรืองานก่อสร้าง และงานสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้ความทนทานสูง ชิ้นส่วนยานยนต์ (เช่น เฟรมและล้อกระทะ) และอุปกรณ์รถไฟ (เช่น รางและส่วนประกอบของรางรถไฟ)  สามารถนำไปพับเป็นเหล็กสำหรับงานโครงสร้าง เช่น เหล็กรูปตัว C (C-channel) ม้วนทำท่อขนาดเล็ก หรือท่อขนาดใหญ่ก็ได้

เหล็กชนิดนี้ที่นิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้างจะประกอบไปด้วย เหล็กเอชบีม (H-Beam) เหล็กไอบีม (I-Beam) ซึ่งหน้าตัดเหล็กจะเป็นรูปตัว H กับ ตัว I ตามชื่อ เหล็กฉาก (Angle Bar)  เหล็กรางน้ำ (Channel) และเหล็กสี่เหลี่ยมตัน (Square Bars)

ข้อดีของเหล็กรูปพรรณรีดร้อน

1.ความทนทานสูง

เพราะเป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วยความร้อนมาแล้วจึงแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศ ทนต่อแรงบิด แรงดัดได้มาก เพราะผลึกเหล็กมีความละเอียดซึ่งส่งผลทำให้เหล็กมีกำลัง และความเหนียวสูง ใช้งานได้หลากหลาย

2.ต้นทุนการก่อสร้างที่ต่ำกว่า

เหล็กรูปพรรณรีดร้อนมีราคาถูกกว่าเหล็กรีดเย็น เนื่องจากต้องผ่านกรรมวิธีน้อยกว่า นอกจากนี้สิ่งก่อสร้างที่ใช้แต่ก็สามารถรื้อถอนได้ง่าย กรณีสร้างในที่ดินชั่วคราวแต่ต้องการอาคารที่แข็งแรง

3.คงความแข็งแรงได้สูงกว่าเหล็กรูปพรรณอื่นๆ

เหล็กรูปพรรณรีดร้อนนั้นเมื่อดัดโค้งแล้วยังสามารถคงความแข็งแรงไว้ได้ เพราะวัสดุถูกออกแบบมาให้สามารถปรับโครงสร้างให้เป็นปกติได้โดยไม่มีค่าความเค้นภายใน (internal stress)

2.2 เหล็กรูปพรรณรีดเย็น

เหล็กรูปพรรณรีดเย็น หรือ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดเย็น(Hot rolled structural steel) เรียกง่ายๆ ว่า เหล็กรีดเย็น คือ เหล็กที่ถูกแปรรูปโดยไม่ใช้ความร้อน โดยกระบวนการรีด รีดลดขนาด พับ ตัด ดัด แผ่นเหล็กในอุณหภูมิห้อง หรืออุณหภูมิใกล้เคียงมากที่สุด

กระบวนการของการรีดเย็นนั้นใช้แรงงานเยอะ และขั้นตอนต่างๆ เนื่องจากวัสดุเหล็กไม่ร้อนและไม่อ่อนตัวอีกต่อไปจึงต้องใช้แรงกดในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อบีบอัดให้อยู่ในรูปทรงที่ต้องการ ทำให้มีราคาแพงกว่ากระบวนการรีดร้อน แต่ก็ได้วัสดุที่มีค่ามิติที่มีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า คุณภาพพื้นผิวของเหล็กที่ดีกว่า และแผ่นเหล็กที่ได้ก็จะมีน้ำหนักเบา นิยมใช้ในงานก่อสร้าง และงานสถาปัตยกรรมที่โครงสร้างที่รับน้ำหนักไม่ต้องรองรับน้ำหนักมาก เพราะวัสดุมีค่าความแข็งสูง แต่มีปริมาณการยืดตัวต่ำ

เหล็กรูปพรรณรีดนิยมใช้ในการก่อสร้างจะประกอบไปด้วย เหล็กท่อกลมดำ เหล็กตัวซี ท่อเหล็กอาบสังกะสี เหล็กกล่องเหลี่ยม เหล็กกล่องแบน และเหล็กฉากพับ

ข้อดีของเหล็กรูปพรรณรีดเย็น

1. ความแข็งแรง

เหล็กรูปพรรณรีดเย็นแข็งแรงมากกว่าเหล็กแผ่นรีดร้อนถึง 20% ซึ่งทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในการก่อสร้างที่ต้องการความเค้นสูง เช่น เครื่องใช้ภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์โลหะ ส่วนประกอบของเครื่องกล

2. พื้นผิวตอนสำเร็จสวยงาม

เพราะทั่วไปแล้วชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเหล็กรูปพรรณรีดเย็นจะมีพื้นผิวเรียบและมันเงาซึ่งปราศจากสนิม คราบตะกรัน และคราบหินปูน เมื่อฉาบปูนทับหรือใช้กับคอนกรีตแล้วผู้สร้างจะสามารถทาสีทับ และทำงานอื่นๆ ง่ายกว่าการใช้เหล็กเส้นชนิดอื่นๆ

3. ได้เหล็กคุณภาพตรงใจยิ่งขึ้น

เหล็กรูปพรรณรีดเย็นแตกต่างจากเหล็กรูปพรรณรีดร้อนมาก เพราะเหล็กรีดเย็นจะไม่หดตัวหลังจากกระบวนการขึ้นรูปเลย จึงสามารถสร้างวัสดุที่มีค่าความแม่นยำสูง ไม่ต้องไปเข้ากระบวนการอื่นๆ เพิ่มเติม

สินค้าและบริการ

With a wide range of steel to elevate your building.

Share on

ที่เกี่ยวข้อง

No Portfolio was found

ข่าวสาร

ผนังบ้านแบบสำเร็จรูปที่ผลิตด้วยพรีคาสท์คอนกรีต VS ผนังแบบอิฐฉาบปูน

28 มกราคม 2566 ·

ข่าวสาร

‘คุณภาพสูง ประหยัด รวดเร็ว’ ตอบโจทย์ผู้สร้างบ้านยุคใหม่ด้วยนวัตกรรม Precast Concrete

13 ธันวาคม 2565 ·

ข่าวสาร

วิธีการผลิต ‘พรีคาสท์คอนกรีต’  ลดระยะเวลาในการสร้างบ้าน

11 ธันวาคม 2565 ·

บทความ

สร้างบ้านและอาคารด้วยพรีคาสท์คอนกรีตดีหรือไม่?

8 พฤษภาคม 2567 ·

บทความ

รู้ทุกประเภทของกระเบื้อง ต้องใช้แบบไหนถึงเหมาะกับบ้านเรา

8 พฤษภาคม 2567 ·

บทความ

ทำความรู้จัก “แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์” วัสดุก่อสร้าง สารพัดประโยชน์

7 พฤษภาคม 2567 ·

เราได้รับข้อมูลการสั่งซื้อของท่านแล้ว ระบบจะส่งใบเสนอราคากลับไปทางอีเมล
ขอบคุณที่เลือกใช้บริการจากเรา SPP GLOBAL

เราได้รับข้อมูลการสั่งซื้อของท่านแล้ว ระบบจะส่งใบเสนอราคากลับไปทางอีเมล ขอบคุณที่เลือกใช้บริการจากเรา SPP GLOBAL

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและปรับปรุงการใช้งานเว็บไซต์
โปรดกด "อนุญาต" หากคุณยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา